ปล้นสะดม-ปิดถนนประท้วงเดือดในแอฟริกาใต้ คัดค้านอดีตประธานาธิบดีถูกตัดสินจำคุก

ตำรวจแอฟริกาใต้ เผยมีผู้ถูกจับกุม 28 ราย และถนนหลวงเส้นใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งองประเทศยังคงปิดการสัญจร สืบเนื่อจากการประท้วงรุนแรงต่อต้านการจำคุกอดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา

การประท้วงปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ ในหลายพื้นที่ของควาซูลู-นาทาล จังหวัดบ้านเกิดของซูมา หลังจากอดีตประธานาธิบดีรายนี้เข้ามอบตัวต่อตำรวจเพื่อรับโทษจำคุก 15 เดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

ศาลสูงปฏิเสธคำอุทธรณ์ของซูมา ที่ขอให้พลิกคำตัดสินจับกุมตัวเขาในคดีหนึ่งซึ่งถูกมองว่าเป็นบททดสอบหลักนิติรัฐของประเทศในยุคหลังการแบ่งแยกทางผิวสี ทั้งนี้ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนมีคำพิพากษา ช่างภาพของรอยเตอร์สพบเห็นกลุ่มผู้ประท้วงต่างตะโกน “ซูมา ซูมา!” พร้อมเผายางรถยนต์และปิดกั้นถนน

คำตัดสินจำคุกของซูมา เผยให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างรุนแรงภายในพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา ( African National Congress หรือ ANC) ในขณะที่กลุ่มก๊กหนึ่งภายในพรรคยังคงภักดีต่ออดีตประธานาธิบดีรายนี้ และเป็นต้นกำเนิดของความเคลื่อนไหวต่อต้าน ไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

โฆษกตำรวจเผยว่า มีผู้ถูกจับกุม 28 รายนับตั้งแต่ และคนเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาต่างๆ นานา ในนั้นรวมถึงก่อความรุนแรงกับประชาชน ขโมย มุ่งร้ายก่อความเสียหายแก่ทรัพย์สิน และละเมิดกฎระเบียบต่างๆ ในมาตรการล็อกดาวน์สกัดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ทางโฆษกระบุว่า พวกผู้ประท้วงจุดไฟเผารถกระบะจำนวนหนึ่งแถวๆ มูอิริเวอร์ เมืองที่อยู่บนถนนหลวงสาย N3 ที่เชื่อมระหว่างเมืองเดอร์บันกับโยฮันเนสเบิร์ก รวมถึงมีเหตุปล้นสะดมร้านค้าต่างๆ ในเมืองมูอิริเวอร์และอีเทควินิ เขตการปกครองมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเดอร์บัน

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายถูกส่งเข้าประจำการในทั่วทุกเขตของจังหวัดควาซูลู-นาทาล แต่จนถึงตอนนี้ยังไมมีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่า จนถึงช่วงเที่ยงวัน ถนนหลวงสาย N3 ในเมืองมูอิริเวอร์ ยังคงปิดการสัญจร

รามาโฟซา ซึ่งพันธมิตรของเขาเป็นคนวางแผนขับไล่ซูมา ในปี 2018 ระบุในถ้อยแถลงว่า เครือข่ายอาชญากรรมกลุ่มนี้จำเป็นต้องเจอกับการใช้กฎหมายเต็มขั้น

เมื่อถถูกสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นสอบถามเกี่ยวกับการประท้วง โฆษกมูลนิธิการกุศลของซูมา ระบุว่า “ความโกรธแค้นของประชาชนมีความชอบธรรม เพราะว่าพวกเขาเห็นความอยุติธรรมกำลังเกิดขึ้นประธานาธิบดีซูมา”

ซูมา ถูกตัดสินจำคุกตามความผิดฐานชัดขืนคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้เขามอบหลักฐาน ณ การสืบสวนคดีคอร์รัปชันระดับสูงคดีหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างช่วง 9 ปีที่เขาอยู่ในอำนาจ

เขาปฏิเสธว่าไม่มีการคอร์รัปชันอย่างกว้างขวางครั้งที่เขานั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศ แต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับการสืบสวน ซึ่งจัดตั้งขึ้นในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ในวาระดำรงตำแหน่งของเขา

ซูมา ยื่นคัดค้านคำตัดสินจำคุกต่อศาลรัฐธรรมนูญ บางส่วนในนั้นอ้างว่าเขามีสุขภาพอ่อนแอและเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 และศาลจะเปิดพิจารณาข้อคัดค้านดังกล่าว

Published
Categorized as new